Hexoskin Smart Garments นวัตกรรมการตรวจจับอาการไอด้วยเทคโนโลยีที่ไม่รบกวนความเป็นส่วนตัว

Hexoskin Smart Garments คือเสื้ออัจฉริยะที่ปฏิวัติการติดตามอาการไอ ด้วยเซ็นเซอร์ที่ฝังในเนื้อผ้าทำให้สามารถตรวจจับการไอได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนหรือบันทึกเสียง ซึ่งช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้ดีเยี่ยม

PHYSIOLOGY

RAT

6/7/2025

Hexoskin Smart Garments นวัตกรรมการตรวจจับอาการไอด้วยเทคโนโลยีที่ไม่รบกวนความเป็นส่วนตัว

TL;DR
Hexoskin Smart Garments คือเสื้ออัจฉริยะที่ปฏิวัติการติดตามอาการไอ ด้วยเซ็นเซอร์ที่ฝังในเนื้อผ้าทำให้สามารถตรวจจับการไอได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนหรือบันทึกเสียง ซึ่งช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้ดีเยี่ยม ตัวโมเดล AI ของ Hexoskin ที่ใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดความเร่งสามมิติและการหายใจ แสดงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในการจำแนกอาการไอ ด้วยค่า F1-score เฉลี่ย 93.0% และ AUC สูงถึง 95.2% รวมถึงความไว (Sensitivity) 98.5% และความจำเพาะ (Specificity) 91.9% ซึ่งเป็นระดับที่ยอมรับได้ทางคลินิกและทนทานแม้ในสภาพแวดล้อมจริงที่มีเสียงรบกวน นวัตกรรมนี้จึงมีศักยภาพสูงในการติดตามผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น หอบหืดและ COPD จากระยะไกล และเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าสำหรับการวิจัยทางการแพทย์

วิธีการประเมินอาการไอในปัจจุบัน

อาการไอเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงสภาพสุขภาพของระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การติดตามความถี่และลักษณะของอาการไอจึงมีความสำคัญต่อการวินิจฉัย การติดตามอาการ และการประเมินผลการรักษา

ในปัจจุบัน วิธีการประเมินอาการไอยังมีข้อจำกัดหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น วิธีการใช้แบบสอบถามต้องพึ่งพาความจำของผู้ป่วย ซึ่งอาจไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะสำหรับอาการไอตอนกลางคืน ส่วนวิธีการบันทึกเสียงแม้จะแม่นยำ แต่ก็ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว เนื่องจากต้องมีบุคลากรมาฟังและวิเคราะห์เสียงที่บันทึกไว้ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเองยังใช้เวลานาน จึงจำเป็นต้องหาวิธีการใหม่ที่แม่นยำ ไม่รบกวน และรักษาความเป็นส่วนตัวได้

เทคโนโลยีสวมใส่ที่ติดตามสุขภาพได้

Hexoskin Smart Garments คือเสื้ออัจฉริยะเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามค่าต่างๆ ทางสรีรวิทยาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการฝังเซ็นเซอร์เข้าไปในเนื้อผ้าโดยตรง ทำให้สวมใส่ได้สะดวกและใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน

จุดเด่นของ Hexoskin ในการตรวจจับอาการไอคือไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนหรือบันทึกเสียง ซึ่งช่วยลดปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเสียงได้อย่างมาก

วิธีการตรวจจับอาการไอด้วยการทำงานร่วมกันของเซ็นเซอร์และปัญญาประดิษฐ์

Hexoskin ใช้เซ็นเซอร์หลายชนิดที่ฝังอยู่ในเสื้อเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการไอประกอบด้วย
- เซ็นเซอร์วัดความเร่งสามมิติ (3D Accelerometer) บันทึกการเคลื่อนไหวของลำตัวที่เกิดจากการไอ
- เซ็นเซอร์วัดการหายใจ (Respiratory Inductance Plethysmography - RIP) วัดการเปลี่ยนแปลงการขยายตัวของทรวงอกและช่องท้อง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการหายใจและการไอ
- เซ็นเซอร์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เป็นเซ็นเซอร์ช่องเดียวที่ใช้ประมวลผลสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจ แม้จะมีบทบาทโดยตรงน้อยกว่าในการตรวจจับอาการไอ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบเซ็นเซอร์ใน Hexoskin

ข้อมูลจากเซ็นเซอร์เหล่านี้จะถูกนำไปประมวลผลและใช้เป็นข้อมูลเข้าสำหรับโมเดลการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) โดยเฉพาะ Random Forest Classifier ซึ่งเป็นอัลกอริทึมที่ใช้จำแนกเหตุการณ์ “ไอ” ออกจาก “ไม่ไอ”

ประสิทธิภาพการตรวจจับ และผลการทดสอบความแม่นยำ

การศึกษาล่าสุดโดย Dixon และคณะ (2025) ได้ทดสอบประสิทธิภาพของ Hexoskin ในการตรวจจับอาการไอ ผลการวิจัยพบว่า โมเดลที่ใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดความเร่งและเซ็นเซอร์การหายใจร่วมกันให้ประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยค่า F1-score เฉลี่ย 93.0% (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.1%)

เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เซ็นเซอร์เพียงชนิดเดียว พบว่า
- โมเดลที่ใช้เซ็นเซอร์วัดความเร่งเพียงอย่างเดียวให้ F1-score ที่ 92.6% (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.2%)
- โมเดลที่ใช้เซ็นเซอร์การหายใจเพียงอย่างเดียวให้ F1-score ที่ 88.9% (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.2%)

ผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่าการรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลักทั้งสองชนิดช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับเหตุการณ์ไอ

โมเดลที่พัฒนาขึ้นยังแสดงประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมด้วยค่า Area Under the ROC Curve (AUC) 95.2% ค่าความไว (Sensitivity) 98.5% และค่าความจำเพาะ (Specificity) 91.9% ประสิทธิภาพในระดับนี้ถือว่าเป็นที่ยอมรับในทางคลินิกและสามารถตอบสนองความต้องการที่เข้มงวดสำหรับการวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับการไอ การศึกษานี้ยังแสดงให้เห็นความทนทานของโมเดลในการทำงานในสภาพแวดล้อมจริงที่มีเสียงรบกวน ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการติดตามที่บ้านและการแพทย์ทางไกล

การประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์และการวิจัย

ด้วยความสามารถในการติดตามอาการไอได้อย่างแม่นยำและไม่รบกวน Hexoskin Smart Garment จึงมีศักยภาพในการใช้งานหลายด้านดังนี้
- การติดตามผู้ป่วยทางไกล (Remote Patient Monitoring) การเฝ้าระวังอาการไออย่างต่อเนื่องมีความสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืดและ COPD เนื่องจากอาการไอที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นสัญญาณของการกำเริบของโรค Hexoskin สามารถใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังทางไกลที่สะดวกและเป็นส่วนตัว
- การประเมินระบบทางเดินหายใจแบบรอบด้าน Hexoskin สามารถรวบรวมข้อมูลพารามิเตอร์การหายใจอื่นๆ ได้แก่ อัตราการหายใจ (BR) ปริมาตรการหายใจ (BV) และการระบายอากาศต่อนาที (VE) ซึ่งได้รับการตรวจสอบความถูกต้องแล้วในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน การรวมข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ได้ภาพรวมสุขภาพระบบทางเดินหายใจที่ครบถ้วน
- การวิจัยทางคลินิก Hexoskin เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถเก็บข้อมูลทางสรีรวิทยา รวมถึงอาการไอ จากผู้เข้าร่วมการศึกษาในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มความถูกต้องเชิงนิเวศวิทยาของการศึกษา

บทสรุป

Hexoskin Smart Garment แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่สำคัญในเทคโนโลยีสวมใส่ได้เพื่อสุขภาพ ด้วยความสามารถในการตรวจจับอาการไอได้อย่างแม่นยำและไม่รบกวน โดยเฉพาะการไม่ต้องใช้การบันทึกเสียง ซึ่งตอบสนองความต้องการด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในการติดตามผู้ป่วยทางไกล การประเมินระบบทางเดินหายใจ และการวิจัยทางคลินิก ทำให้ Hexoskin เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าและอาจนำไปสู่การจัดการสุขภาพที่เข้าถึงได้และมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

หมายเหตุ

มาตรวัดประสิทธิภาพของโมเดลปัญญาประดิษฐ์สำหรับการจำแนกประเภท

ในการประเมินประสิทธิภาพของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในการจำแนกประเภท เช่น การตรวจจับอาการไอ มีมาตรวัดหลักสองค่าที่มีความสำคัญ คือ F1-Score และ Area Under the ROC Curve (AUC) ซึ่งมาตรวัดเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจประสิทธิภาพของโมเดลได้อย่างรอบด้าน
‣F1-Score มาตรวัดสมดุลสำหรับข้อมูลที่ไม่สมดุล
F1-Score เป็นมาตรวัดที่มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อต้องจัดการกับข้อมูลที่มีความไม่สมดุล เช่น เมื่อจำนวนครั้งที่เกิดอาการ "ไอ" น้อยกว่าจำนวนครั้งที่ "ไม่ไอ" อย่างมาก

F1-Score คำนวณจากการผสมผสานของค่าสองตัวที่สำคัญ

1. ความแม่นยำ (Precision)
ตอบคำถามว่า "ในจำนวนครั้งที่โมเดลบอกว่าเป็น 'ไอ' มีกี่ครั้งที่ถูกต้องจริงๆ?"
ตัวอย่าง หากโมเดลบอกว่าเกิดอาการไอ 100 ครั้ง แต่ที่จริงแล้วมีการไอเพียง 90 ครั้ง ความแม่นยำจะเท่ากับ 90%

2. ความครอบคลุม (Recall)
ตอบคำถามว่า "โมเดลสามารถตรวจจับอาการไอที่เกิดขึ้นจริงได้กี่เปอร์เซ็นต์?"
ตัวอย่าง หากมีการไอจริง 100 ครั้ง แต่โมเดลตรวจจับได้เพียง 85 ครั้ง ความครอบคลุมจะเท่ากับ 85%

F1-Score จึงเป็นการวัดประสิทธิภาพที่สมดุล ช่วยให้โมเดลหลีกเลี่ยงทั้งการตรวจผิด (False Positives) และการตรวจไม่ครบ (False Negatives) ค่า F1-Score ที่สูง (ใกล้ 100%) บ่งชี้ว่าโมเดลมีประสิทธิภาพดีในทั้งสองด้าน

‣Area Under the ROC Curve (AUC) มาตรวัดความสามารถในการแยกแยะ

AUC เป็นมาตรวัดที่แสดงความสามารถโดยรวมของโมเดลในการแยกแยะระหว่างคลาสต่างๆ เช่น ระหว่าง "ไอ" กับ "ไม่ไอ" ในทุกระดับความมั่นใจ

การคำนวณ AUC
AUC ได้มาจากการคำนวณพื้นที่ใต้กราฟ ROC (Receiver Operating Characteristic) ซึ่งเป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง
True Positive Rate (TPR) หรือ Sensitivity/Recall สัดส่วนของเหตุการณ์จริงที่โมเดลระบุได้ถูกต้อง
False Positive Rate (FPR) สัดส่วนของเหตุการณ์ที่ไม่ใช่เป้าหมาย แต่โมเดลระบุผิดว่าเป็นเป้าหมาย

การตีความค่า AUC

ค่า AUC จะอยู่ระหว่าง 0.5 ถึง 1.0 โดย
ใกล้ 1.0 โมเดลมีความสามารถในการจำแนกที่ยอดเยี่ยม
0.5 โมเดลมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากการสุ่มเดา

เกณฑ์การประเมินค่า AUC
- 0.9 ≤ AUC ยอดเยี่ยม (Excellent)
- 0.8 ≤ AUC < 0.9 ดีมาก (Considerable) - มีประโยชน์ทางคลินิก
- 0.7 ≤ AUC < 0.8 ปานกลาง (Fair)
- 0.6 ≤ AUC < 0.7 ไม่ดี (Poor)
- 0.5 ≤ AUC < 0.6 ล้มเหลว (Fail)

ความสำคัญในการประยุกต์ใช้

การใช้มาตรวัดทั้งสองแบบร่วมกันช่วยให้นักวิจัยและแพทย์สามารถประเมินประสิทธิภาพของโมเดลได้อย่างครอบคลุม เช่น โมเดล Hexoskin ที่มีค่า AUC 95.2% แสดงถึงประสิทธิภาพการตรวจจับอาการไอที่อยู่ในระดับยอดเยี่ยม ซึ่งมีความหมายว่าโมเดลสามารถแยกแยะระหว่างผู้ที่มีอาการไอกับผู้ที่ไม่มีอาการไอได้อย่างแม่นยำสูง

References

- Çorbacıoğlu, Ş. K., & Aksel, G. (2023). Receiver operating characteristic curve analysis in diagnostic accuracy studies A guide to interpreting the area under the curve value. Turkish Journal of Emergency Medicine, 23(4), 195–198.

- Dixon, P. C., Dubeau, S., Roy, J.-F., & Fournier, P.-A. (2025). Automatic cough detection via a multi-sensor smart garment using machine learning. Computers in Biology and Medicine, 191, 110192.

- Hexoskin. (2025, April 16). Hexoskin Unveils Breakthrough Cough Detection AI Algorithm in Computers in Biology and Medicine Journal. Hexoskin. Retrieved from https//hexoskin.com/blogs/news/new-computers-in-biology-and-medicine-paper-demonstrate-best-in-class-ai-algorithm-for-automatic-cough-detection

- Yacouby, R., & Axman, D. (2020). Probabilistic Extension of Precision, Recall, and F1 Score for More Thorough Evaluation of Classification Models. Proceedings of the First Workshop on Evaluation and Comparison of NLP Systems (Eval4NLP), 79–91.

บริษัท พริมา โมชั่น จำกัด

89/35 หมู่ที่ 1 ตำบลบางเตย
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210

ติดต่อเรา

อีเมล: hello@primamotion.tech

โทร: 092 517 4957

© 2025. All rights reserved.